ประวัติโรงเรียนปทุมพิทยาคม |
|
|
|
คณะกรรมการดังกล่าวได้ประชุมปรึกษาหารือกันหลายครั้ง และได้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
1. จัดทำหนังสือขออนุญาตเปิดโรงเรียนมัธยมศึกษาขึ้นโดยให้ชื่อว่าโรงเรียนปทุมพิทยาคม และใช้อักษรย่อโรงเรียน ป.พ.
2. ขออนุญาตใช้ที่ดินทำเลเลี้ยงสัตว์
ดงห่องแห่ จำนวน
ปืนเดิม(สนามยิงปืนของตำรวจตระเวนชายแดนเก่า) แล้วจึงจะขยายให้ถึงถนนสมเด็จในโอกาสต่อไป
3. ขอความร่วมมือจากผู้ปกครองที่ประสงค์ จะส่งลูกหลานเขาเรียนในชั้น ม.ศ.1 ของ
โรงเรียนนี้สร้างอาคารชั่วคราวให้ จำนวน 4 ห้องเรียน พร้อมทั้งโต๊ะ-เก้าอี้ ผลปรากฏว่า ได้อาคารชั่วคราว 4 ห้องเรียน ไม่มีฝากั้น และพื้นอาคารเป็นดิน และได้โต๊ะ-เก้าอี้ จำนวน 52 ชุด
4. ขณะที่ดำเนินการนี้ ได้มอบหมายให้ ร.ต.ชัยทวี เดชพล เป็นผู้รวบรวมข้อมูล และ
ดำเนินการทั้งหมดโรงเรียนจึงได้รับอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษาขึ้น
ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2519 ขณะนั้น นายเฉลิม สุขเสริม เป็น ส.ส.จังหวัดอุบลราชธานี เขต 1 ตำแหน่ง รองโฆษกรัฐบาล ได้ประสานงานสนับสนุน
อีกแรงหนึ่งด้วย
โรงเรียนจึงได้เปิดทำการสอนครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2519 ประกอบด้วย
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 2 ห้องเรียน
มีนักเรียนชาย-หญิง จำนวน 52 คน โดยมี ร.ต.ชัยทวี เดชพล ตำแหน่ง อาจารย์ 1 โรงเรียน ปทุมวิทยากร
เป็นผู้รักษาการในตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียนปทุมพิทยาคม และมีนาย
ในเดือนสิงหาคม 2519 จังหวัดจึงได้จัดหาครูของกรมสามัญศึกษา
มาช่วยราชการคือ มาช่วยทำการสอน
ในเดือนพฤศจิกายน 2519 กรมสามัญศึกษา ได้จัดสรรอัตราครูมาให้ และสอบ
คัดเลือก ได้นางสำอางค์ คอแก้ว วุฒิ พ.ม. องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี จึงได้เรียกตัว
นายเปลี่ยน ศิริรังสรรค์ กลับไปทำการสอนที่โรงเรียนบ้านผาแก้วตามเดิม
ในปีการศึกษา 2519 มีนักเรียนชาย-หญิง จำนวน 52 คน โดยมี ร.ต.ชัยทวี
เดชพล
รักษาการในตำแหน่งครูใหญ่ นางสาว
ในปีการศึกษา 2520 มีนักเรียนชาย-หญิง
จำนวน 232 คน จำนวน 5 ห้องเรียน
แบ่งเป็น 3-2-0 มีครู-อาจารย์ จำนวน 9 คน โดยมี นาย
ในปีการศึกษา 2521 มีนักเรียนชาย-หญิง จำนวน
667 คน โดยแบ่งเป็น
ระดับ ม.ศ.เป็น 5-3-2 และระดับ ม. เป็น 5-0-0
ปีการศึกษา 2522
โรงเรียนได้รับการปรับเปลี่ยนสายการบริหารเป็นโรงเรียนสังกัดจังหวัดและได้ขยายพื้นที่ของโรงเรียนเป็น
ปีการศึกษา 2526 อำเภอเมืองอุบลราชธานี
กำหนดให้มีการเปลี่ยนแปลงเขตตำบลกุดลาดและตำบลปทุม โรงเรียนปทุมพิทยาคมอยู่ในเขตตำบลปทุม ตั้งแต่นั้นมา
ปีการศึกษา 2527 นายธำรงค์
แพรนิมิตร ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน
ปีการศึกษา 2531 นายประดิษฐ์
ศรีวรมาศ ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน
ปีการศึกษา 2534 นายพิชัย
มุขสมบัติ ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน
ปีการศึกษา 2535 นายเจริญ
ช่วงชิง ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน
ปีการศึกษา 2537 นายพงศ์ศักดิ์ คูณเรือง
ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน
ปีการศึกษา 2543 นายวิชัย
ศิริบูรณ์ ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน
ปีการศึกษา 2546
นายวิโรจน์ ดวงมาลา ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน
ในปีการศึกษา 2547
จัดแผนชั้นเรียน เป็น 8:8:9 / 8:7:7 รวม 47
ห้องเรียน
ในปีการศึกษา 2548 จัดแผนชั้นเรียน ภาคเรียนที่ 1
เป็น 8:8:8 / 6:8:7 รวม
45
ห้องเรียนมีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น
1,491 คน มีครู จำนวน 103 คน
และลูกจ้างประจำ 15
คน
และในภาคเรียนที่
2 ปรับแผนชั้นเรียน เป็น 8: 8:8 / 5:8:7 รวม 44 ห้องเรียน มีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น
1,428 คน และมีบุคลากรเสียชีวิต 1 คน คือ ครูอัมพรศรี สัตยากูล สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี มีบุคลากรเกษียณ 3 คน คือ ครูมาลี บัวทอง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ยามบุญหนา มาลัยงาม และนักการสมจิตร ป้องสุข และมีบุคลากรย้ายมาใหม่ 2 คน คือ
ครูวีระศักดิ์ ปัจฉาพร
สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และนักการคำ พังภักดี รวมจำนวนครู 102 คน
ลูกจ้างประจำ
จำนวน 14 คน
ในปีการศึกษา 2549 จัดแผนชั้นเรียน ภาคเรียนที่ 1
เป็น 8:8:8 / 8:5:8 รวม
45
ห้องเรียน
มีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 1,475 คน
มีครู จำนวน 102 คน และลูกจ้างประจำ จำนวน 13 คน
(นักการสุบรรณ วงศ์สีทา ขอลาออก) ในภาคเรียนที่ 2 จัดแผนชั้นเรียน เป็น
8: 8:8 /
8:5:8 รวม 45 ห้องเรียน มีจำนวนนักเรียน ทั้งสิ้น 1,450 คน มีครู จำนวน 101 คน
และลูกจ้างประจำ จำนวน 13 คน มีครู เกษียณอายุ 1 คน คือ ครูพจิตร พันธุ์สุวรรณ และ มีครู ย้ายออก 2 คน คือ ครูจันทนา ไชยรักษ์
ตำแหน่งรองผู้อำนวยการ
ย้ายไปดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงเรียนนารีนุกูล
และครูอมรรัตน์ ฤทธิ์จันทร์
ย้ายไปสอนที่โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช ปีการศึกษา
2550 และมีครูย้าย
เข้า
1 คน คือ ครูอรรถจิตร เกษน้อย ย้ายมาจากโรงเรียนหกสิบพรรษาวิทยาคม อุบลราชธานี มาดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการแทน ครูจันทนา ไชยรักษ์ และโรงเรียนได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียน
แบบ 108 ล/30 จำนวน 1 หลัง และกำหนดการใช้ประโยชน์อาคารหลังนี้
ให้ชั้นล่างเป็นห้องสุมดใหม่
ชั้นบน เป็นห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ จำนวน 4 ห้อง
ในปีการศึกษา 2550 นายสินสมุทร บุตรภักดี ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ
จัดแผนชั้นเรียน
ภาคเรียนที่ 1 เป็น 8:8:8 / 8:8:5 รวม 45 ห้องเรียน มีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 1,474
คน มีครู จำนวน 98 คน (รวมครูช่วยราชการ
1 คน และผู้บริหาร 5 คน) และลูกจ้างประจำ จำนวน 13 คน ครูสุพจน์ ปัญจพงษ์ ย้ายกับไปสอนที่โรงเรียนเดิม
คือโรงเรียนหนองขอนวิทยา
และมีครูเสียชีวิต 1 คน คือ ครูวิเชียร สุภาพ สังกัดกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
ในปีการศึกษา 2551 จัดแผนชั้นเรียน ภาคเรียนที่ 1 เป็น 8:7:7 / 7:6:6
รวม 41
ห้องเรียน มีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 1,515 คน มีครู จำนวน 93 คน และมีลูกจ้างประจำ 13 คน
ครูเกรียงไกร รอดประดิษฐ์ ครูสุพัตรา แสงใส และครูสุจิต ศรีงาน ย้ายไปสอนที่โรงเรียนนารีนุกูล ครูศรายุทธ ธรรมานุชิต และครูวีระศักดิ์ จารุแพทย์ ย้ายไปสอนที่โรงเรียนเบ็ญจะมหาราช มีครูเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน
2551 จำนวน 1 คน คือ ครูชัยณรงค์ อรจันทร์
และมีครูที่ได้รับอนุมัติให้ลาออกก่อนเกษียณอายุราชการ จำนวน 2 คน คือ ครูจุรีภรณ์ บุญต่อ และครูวิจิตร จินาทองไทย
โรงเรียนได้งบประมาณซ่อมแซมฝ้าเพดานชายคา
อาคารเรียน 2 จำนวน 378,5000 บาท เนื่องจากถูกลมพายุพัด
ฝ้าเพดานชายคาพังลงมา เมื่อวันที่
12 ธันวาคม 2550 แต่ไม่มีใครได้รับอันตราย และได้รับงบประมาณ
เพื่อซ่อมแซมฝ้าเพดานอาคารเรียน 1
จำนวน 285,600 บาท จากการมาตรวจราชการของ ดร. วิภา ใจสราญรมย์ ผู้อำนวยการสำนักงานติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันที่ 12
มิถุนายน 2551
และในภาคเรียนที่ 1 นี้ โรงเรียนจัดทำถนนคอนกรีตภายในโรงเรียนบริเวณหน้าบ้านพักนักการภารโรงสุรพล
เจริญพงษ์ จนถึงบ้านพักครูนิวัฒน์ ยิ่งยง แล้วเสร็จ
ทำให้ถนนภายในโรงเรียนปทุมพิทยาคมเป็นถนนคอนกรีตทั้งหมด การจราจรภายในโรงเรียนสะดวกสบายเป็นอย่างมาก
ต่อมาในภาคเรียนที่ 2 จัดแผนชั้นเรียนเป็น
8:7:7 / 7:6:6
รวม 41 ห้องเรียน เหมือนเดิม
มีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น
1, 502 คน มีข้าราชการครู
จำนวน 88 คน และมีลูกจ้างประจำ 13 คน
ลูกจ้างชั่วคราวจ้างด้วยเงินนอกงบประมาณ
จำนวน 5 คน
ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2551 มีครูได้รับอนุมัติให้ให้ลาออกก่อนเกษียณอายุราชการ
อีก 2 คน คือครูสายสิน เหล็กกล้า และครูงามจิต รุ่งเรือง
พร้อมกันนี้ รองผู้อำนวยการสมพงษ์ สินธุประสิทธิ์ ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช และรองผู้อำนวยการวัลลภ ปาณะวงศ์ ย้ายจากโรงเรียนเขื่องในพิทยาคาร มาดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการ สังกัดกลุ่มงานบริหารกิจการนักเรียนแทน
และเดือนธันวาคม
ครูชัยพร สดสร้อย ได้รับคำสั่งย้ายไปโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช แต่โรงเรียนจะส่งตัวไปในปีการศึกษา 2552
เดือนกุมภาพันธ์ 2552 นักการจันทร์
จันทะยา ได้ขอลาออก เพื่อไปบรรจุเป็นข้าราชการครูที่จังหวัดศรีสะเกษ
เนื่องจากสอบบรรจุได้
ทำให้เหลือลูกจ้างประจำ จำนวน 12
คน
ในปีการศึกษา 2552 จัดแผนชั้นเรียน ภาคเรียนที่ 1 เป็น 8:8:7 / 7:7:6 รวม 43 ห้องเรียน มีนักเรียน จำนวน 1,514 คน
ในเดือนกันยายน 2552 มีครูเกษียณอายุราชการ 4 คน คือ ครูกัลย์ศิริ ณ หนองคาย ครูกุณฑล แสงเดือน ครูประเทือง เติมทรัพย์ ครูอรรคพล จุลกนิษฐ์ ครูขอลาออก 1 คน ตามโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดของรัฐบาล คือครู ผ่องศรี ฟูมเขียว และในส่วนของลูกจ้างประจำ เกษียณ 1 คน คือ นายปทุม นันทรักษ์
ต่อมาในภาคเรียนที่ 2 จัดแผนชั้นเรียนเป็น 8:8:7 / 7:7:6 รวม 43 ห้องเรียน เหมือนเดิม
ในเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกัน รองผู้อำนวยการสุชีพ ตุ้มสังข์ทอง ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงเรียนเบ็ญจะมหาราช ทำให้โรงเรียนปทุมพิทยาคมเหลือ รองผู้อำนวยการเพียง 3 คน เท่านั้น ตามกรอบอัตรากำลัง
และช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ครูสุพจน์ โสภาพล ครูคศ.3 จากโรงเรียนหกสิบพรรษาวิทยาคม อุบลราชธานี ได้ย้ายมาปฏิบัติหน้าที่โรงเรียนปทุมพิทยาคม สังกัดในกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ แต่จะมาปฏิบัติหน้าที่จริงในปีการศึกษา 1/2553
ในปีการศึกษา 2552 นี้ มีครูที่ได้เลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ 17 คน ดังนี้ คือ ครูวรรณมี สืบสนิท, ครูวิมลศรี มุสิกะวัน, ครูภุมรี บัวขาว, ครูละฬิตา ภาผล, ครูปัทมาวดี จำปาอ่อน, ครูอรวรรณ ศิลา, ครูมินตรา เกษน้อย, ครูพงษ์ศักดิ์ ธนูทอง, ครูนำชัย อภิรักษ์มนตรี, ครูจันทนา ขัมภรัตน,์ ครูสมชาย ค้ำคูณ, ครูอรวรณ ไชยสัตย,์ ครูชมพันท์ สืบภา, ครู อลงกต ขจรวิทย,์ ครูชลลดา พรหมวงศานนท์, รอง ผอ.อรรถจิตร เกษน้อย และรอง ผอ.สุชีพ ตุ้มสังข์ทอง
นักเรียนมีผลการเรียนเฉลี่ยดีขึ้นจากเดิม ปีการศึกษา 2551 เท่ากับ 2.25 เพิ่มขึ้นเป็น 2.39 ในปีการศึกษา 2552 นี้.
ช่วงปลายปีการศึกษา 2552 นี้ ประมาณเดือน กุมภาพันธ์ 2553 โรงเรียนได้รับงบประมาณปี 2553 จาก สพฐ. ตามโครงการ SP.2 (ไทยเข้มแข็ง) เป็นครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์สำหรับจัดการเรียนการสอน จำนวน 30 ชุด และสำหรับห้องสมุด จำนวน 2 ชุด รวมเป็นเงิน 884,000 บาท